เผยแพร่: 15 Apr 2024
•อัปเดตล่าสุด: 16 May 2024


การเติบโตของแพลตฟอร์มต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคเปลี่ยนไป คนหันมาซื้อสินค้าทางออนไลน์กันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนักการตลาดอย่างเราก็ต้องปรับเปลี่ยนแผนกลยุทธ์ตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ด้วย ไม่เช่นนั้นธุรกิจของเราอาจจะเดินตามหลังคู่แข่งอยู่หลายก้าวก็เป็นได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ยังมีกลยุทธ์ทำการตลาดใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ “Affiliate Marketing” ที่เราจะมาพูดถึงกันในบทความนี้นั่นเอง
Affiliate Marketing คืออะไร, มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร, เหมือนการยิงโฆษณาไหม, ช่วยสร้างประโยชน์อะไรให้แก่ธุรกิจได้บ้าง, มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร, คุ้มค่าไหมที่จะทำ ฯลฯ วันนี้แอดฉริยะ (ADCHRIYA) จะช่วยคลายข้อสงสัยในเรื่องเหล่านี้ให้คุณรู้เอง! สำหรับใครที่อยากให้แบรนด์ของตัวเองติดตลาดไว ๆ มีชื่อเสียงในวงกว้าง และมียอดขายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้องเริ่มลงมือทำ Affiliate Marketing ได้แล้ว แม้คุณจะเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก หรือจะทุนน้อยไร้เงินก้อนใหญ่ก็สามารถทำ Affiliate Marketing ได้ทั้งสิ้น
Affiliate Marketing คือกลยุทธ์การตลาดออนไลน์แบบ “พันธมิตร” ที่อาศัยบุคคลอื่นในการทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักและเกิดยอดขายขึ้น ผ่านการใช้แพลตฟอร์ม Social Media ต่าง ๆ (หรือจะเป็นการโปรโมตผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ก็ได้เช่นกัน) ซึ่งบุคคลที่เป็นพันธมิตรจะได้รับส่วนแบ่งที่เรียกว่าค่าคอมมิชชัน (Commission) ไป ตามเปอร์เซ็นต์หรือเงื่อนไขที่แบรนด์และแพลตฟอร์มเป็นผู้กำหนด โดยพันธมิตรที่เหมาะและตอบโจทย์มากที่สุดในการทำ Affiliate Marketing คือ เหล่า Influencer, KOLs, YouTuber หรือผู้ที่มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์
ถ้าจะให้เข้าใจกันแบบง่าย ๆ Affiliate Marketing ก็เหมือนกับนายหน้าขายอสังหาฯ ที่ได้รับค่าตอบแทนเมื่อทำให้ลูกค้าซื้อ/เช่าบ้าน คอนโด หรืออสังหาฯ ได้ แต่ Affiliate Marketing จะต้องทำผ่านช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว
ถ้าอยากให้การทำ Affiliate Marketing ประสบความสำเร็จ ต้องรู้จักองค์ประกอบ 4 ส่วนหลักนี้ก่อนเลย!
Seller And Product Creator หมายถึงเจ้าของสินค้า (บริษัท องค์กร เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ) ที่ต้องการขายสินค้าออกไปให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่ต้องการว่าจ้าง The Affiliate Or Publisher กระตุ้นยอดขาย และจ้างค่าคอมมิชชันด้วยเช่นกัน
The Affiliate Or Publisher หมายถึงนายหน้า, ตัวแทนจำหน่าย, Influencer, KOLs, YouTuber, Content Creator หรือผู้ที่ถูกว่าจ้างให้โปรโมตสินค้าในช่องทางต่าง ๆ เมื่อสินค้าที่โปรโมตออกไปขายได้ ก็จะได้รับค่าคอมมิชชันจาก Seller ทั้งนี้ The Affiliate Or Publisher อาจจะเป็นบุคคลหรือองค์กรอย่างเอเจนซี่ก็ได้เช่นกัน
Affiliate Platform หมายถึงแพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่าง Seller กับ The Affiliate และ The Affiliate กับ Customer เช่น Social Media, แพลตฟอร์ม e-Commerce Platform, เว็บไซต์ ฯลฯ
Customer หมายถึงผู้บริโภค ลูกค้า หรือผู้ที่ทำการซื้อสินค้าผ่านการโปรโมตของ The Affiliate Or Publisher โดยทางผู้บริโภคจะเสียเงินซื้อสินค้าในราคาปกติตามที่แบรนด์ได้กำหนดไว้ ไม่ได้เสียเงินเพิ่มเพื่อหักแบ่งเปอร์เซ็นต์ไปให้แต่อย่างใด หรือกล่าวว่าไม่ได้รับผลกระทบ หรือมีส่วนได้ส่วนเสียจาก Affiliate Marketing ถ้าคุณเป็นผู้บริโภคล่ะก็ คุณอาจจะไม่รู้ก็ได้ว่าลิงก์สินค้าที่คุณคลิกก่อนจ่ายเงินซื้อสินค้านั่นเป็น Affiliate Marketing เพราะมันไม่ได้แตกต่างจากลิงก์สินค้าทั่ว ๆ ไปเลย
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Affiliate Marketing จะมีอยู่ 2 ฝ่าย คือ 1. เจ้าของสินค้า และ 2. นายหน้า ดังนั้น เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจว่าใครได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน หรือผลเสียของแต่ละฝ่ายคืออะไรบ้าง จึงต้องมาทำความเข้าใจถึงข้อดี-ข้อเสียของ Affiliate Marketing ก่อนลงมือทำ!
| เจ้าของสินค้า | |
| ข้อดีของการทำ Affiliate Marketing | ข้อเสียของการทำ Affiliate Marketing |
| สามารถกำหนดเงื่อนไขและยอดขั้นต่ำได้ยอดขายเพิ่มขึ้นจากหลาย ๆ ช่องทางไม่ต้องลงทุนเสียเงินยิงโฆษณาหรือทำการตลาดเองไม่ต้องลงแรงหาลูกค้าเองไม่ต้องเสียต้นทุนด้านบุคลากร | ไม่สามารถควบคุมคอนเทนต์ที่นายหน้าเผยแพร่ออกไปได้ไม่สามารถกำหนดช่องทางที่ต้องการให้กับนายหน้าได้ไม่เหมาะกับสินค้าราคาถูก กำไรต่ำลูกค้าอาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง |
| นายหน้า | |
| ข้อดีของการทำ Affiliate Marketing | ข้อเสียของการทำ Affiliate Marketing |
| ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องลงทุนสต๊อกสินค้ามี Passive Income อย่างต่อเนื่องมีอิสระในการทำคอนเทนต์ตามสไตล์ของช่องทางตัวเองยิ่งทำมาก ยิ่งได้รายได้มาก | ต้องทำยอดให้ถึงขั้นต่ำ จึงจะได้รับค่าตอบแทนการแข่งขันสูง รายได้ไม่แน่นอนต้องเลือกสินค้าให้เหมาะกับผู้ติดตามและช่องทางของตน |
Affiliate Marketing สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ Unattached Affiliate Marketing, Related Affiliate Marketing และ Involved Affiliate Marketing ดังนี้
Unattached Affiliate Marketing คือการทำ Affiliate แบบที่ไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ แบรนด์ไม่ได้รู้จักนายหน้า ส่วนนายหน้าก็ทำคอนเทนต์ได้ตามใจโดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงแบรนด์ไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้ามาใช้ ไม่ต้องใช้ภาพรีวิวจริง ไม่ต้องเขียนรายละเอียดสินค้า หรือแคปชันโปรโมตใด ๆ เลย
ซึ่ง Affiliate Marketing รูปแบบนี้ มักจะเน้นไปที่การทำคอนเทนต์ให้น่าดึงดูดใจ ใช้แคปชันแบบคลิกเบต เพื่อให้ลูกค้ากด Affiliate Link เท่านั้น เนื่องจาก Affiliate Link จะมีตัวติดตามลูกค้าบนแพลตฟอร์มนั้น ๆ นั่นหมายความว่านายหน้ามีโอกาสได้รับค่าคอมมิชชันจากแพลตฟอร์มอยู่ดี ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าอะไรไปก็ตาม
วิธีการที่นายหน้ามักจะทำเพื่อหาค่าคอมมิชชัน คือ การยิงโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย อาทิ Facebook Ads, Twitter Ads, TikTok Ads และรวมไปถึง Google Ads ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น การทำ Unattached Affiliate Marketing มักจะไม่ค่อยเห็นผลหรือได้รับประโยชน์อะไรมากนักในฝั่งของเจ้าของกิจการ
Related Affiliate Marketing คือการทำ Affiliate แบบที่แบรนด์และนายหน้ามีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งจะมีความเกี่ยวข้องกันในด้านของแพลตฟอร์มการทำ Affiliate หรือประเภทของเนื้อหาก็ได้ เช่น แบรนด์ A ต้องการขายลิปสติก ส่วนนายหน้าเป็น Beauty Blogger ที่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเครื่องสำอางอยู่แล้ว เป็นต้น
ซึ่งการทำ Related Affiliate Marketing นี้ ได้ผลดีอย่างมาก รวมทั้งลูกค้าที่เข้ามายังตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์อีกด้วย เนื่องจากนายหน้าเป็นผู้มีอิทธิพลต่อผู้ติดตามในเรื่องดังกล่าวโดยตรง จึงทำให้มีโอกาสที่ผู้ติดตามจะคลิก Affiliate Link และกลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์สูง
Involved Affiliate Marketing คือการทำ Affiliate แบบพันธมิตร โดยจะเป็นการที่แบรนด์ว่าจ้างให้นายหน้าทำ Affiliate Marketing กับสินค้าของตนเอง หรือแบรนด์อาจจะสนับสนุนนายหน้าด้วยการส่งสินค้าให้ฟรี เพื่อให้นายหน้ารีวิวสินค้าพร้อมแปะ Affiliate Link วิธีนี้ได้ผลดีในระดับหนึ่ง แถมยังได้ประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย ตามข้อตกลงที่ทั้งคู่พึงพอใจด้วย
บทสรุป
แอดฉริยะขอสรุปว่า Affiliate Marketing คือวิธีทำการตลาดแบบนายหน้าที่มีต้นทุนต่ำ และเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือนายหน้าเองก็ตาม และใครที่อยากเริ่มต้นหารายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำอยู่ล่ะก็ การทำ Affiliate Marketing ถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก ทั้งง่าย ทั้งไม่มีต้นทุน และยังทำให้คุณได้รายรับอย่างต่อเนื่องด้วย มีหลายเคสที่คิดจะทำ Affiliate Marketing เล่น ๆ เป็นอาชีพเสริม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นอาชีพหลักเลยก็มีไม่น้อย
สุดท้ายนี้ สำหรับบุคคลทั่วไปที่สงสัยว่า “ไม่ใช่บุคคลมีชื่อเสียง มียอดผู้ติดตามไม่เยอะ จะสามารถทำ Affiliate Marketing ได้ไหม?” คำตอบคือสามารถทำได้ เพราะในตอนนี้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้เปิดกว้างมากขึ้น และรับสมัครนายหน้าที่เป็นบุคคลธรรมดาทั่วไปด้วยไม่ได้มีเพียงแต่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์เท่านั้น รู้อย่างนี้แล้วอย่ารอช้า รีบไปสมัครเข้าร่วม Affiliate Program กันเลย!
การตลาดออนไลน์
Marketing2024


ให้ “แอดฉริยะ” เป็นบริษัททำการตลาดออนไลน์ที่ดันผลประกอบการ
ของคุณให้ไกลกว่าเดิม ติดต่อเราได้เลยวันนี้